อยากจะ optimize ให้เล็ก และใม่ให้โหลดช้า สามารถตัดอะไรออกได้บ้าง

การ optimize WordPress ที่ดาวน์โหลดมาจาก wordpress.org เพื่อให้เว็บไซต์มีขนาดเล็กลงและโหลดเร็วขึ้น สามารถทำได้โดยการตัดหรือปรับแต่งส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป รวมถึงการ优化การทำงานของระบบ ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณสามารถพิจารณาตัดหรือปรับปรุงได้:

1. ตัดปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น

  • ตรวจสอบปลั๊กอิน: ไปที่เมนู “Plugins” ใน WordPress แล้วดูว่ามีปลั๊กอินไหนที่ไม่ได้ใช้งานหรือซ้ำซ้อนกับฟังก์ชันที่มีอยู่แล้วในธีมหรือโค้ดของคุณ ลบออกทันที
  • ตัวอย่างปลั๊กอินที่อาจตัดได้:
    • ปลั๊กอินแคช (ถ้าคุณใช้ระบบแคชจากเซิร์ฟเวอร์ เช่น LiteSpeed)
    • ปลั๊กอิน SEO (ถ้าคุณจัดการ meta tags ด้วยตัวเองในโค้ด)
  • คำแนะนำ: ใช้ปลั๊กอินที่มีน้ำหนักเบา เช่น “Autoptimize” หรือ “WP Fastest Cache” แทนปลั๊กอินหนักๆ

2. เลือกธีมที่เบาและเรียบง่าย

  • ธีมบางตัว (เช่นธีมฟรีหรือพรีเมียมที่มีฟีเจอร์เยอะ) มักมาพร้อมกับโค้ดและสคริปต์ที่ไม่จำเป็น
  • ตัดได้:
    • ฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ เช่น sliders, animations หรือ widgets ที่ซับซ้อน
    • ไฟล์ CSS/JS ที่โหลดโดยอัตโนมัติแต่ไม่ได้ใช้งาน
  • แนะนำ: ใช้ธีมน้ำหนักเบา เช่น “GeneratePress” หรือ “Astra” และปรับแต่งเฉพาะส่วนที่ต้องการ

3. ลดการโหลดไฟล์สื่อ (Media)

  • ตัดภาพที่ไม่จำเป็น: ลบไฟล์ภาพในโฟลเดอร์ wp-content/uploads ที่ไม่ได้ใช้งาน
  • บีบอัดภาพ: ใช้เครื่องมืออย่าง “TinyPNG” หรือปลั๊กอิน “ShortPixel” เพื่อลดขนาดไฟล์ภาพ
  • Lazy Load: เปิดใช้งาน Lazy Loading (มีใน WordPress 5.5+ โดย default) เพื่อโหลดภาพเฉพาะเมื่อผู้ใช้เลื่อนมาถึง

4. ปรับแต่งไฟล์ Core และโค้ด

  • ลบไฟล์ที่ไม่ใช้ใน wp-includes:
    • ไฟล์ JavaScript หรือ CSS บางตัวที่ WordPress โหลดอัตโนมัติ เช่น wp-embed.min.js (สำหรับ embed เนื้อหา) สามารถปิดได้โดยเพิ่มโค้ดนี้ใน functions.php:
      php
      function remove_wp_embed() {
      wp_deregister_script('wp-embed');
      }
      add_action('wp_enqueue_scripts', 'remove_wp_embed');
  • ปิดฟีเจอร์ที่ไม่ใช้:
    • ปิด XML-RPC ถ้าไม่ใช้ API: เพิ่ม add_filter(‘xmlrpc_enabled’, ‘__return_false’); ใน functions.php
    • ปิด Emojis ถ้าไม่ต้องการ:
      php
      remove_action('wp_head', 'print_emoji_detection_script', 7);
      remove_action('wp_print_styles', 'print_emoji_styles');

5. ลดการเรียกฐานข้อมูล (Database)

  • ลบ Revision: WordPress เก็บ revision ของโพสต์ไว้เยอะเกินไป ใช้โค้ดนี้ใน wp-config.php เพื่อจำกัด:
    php
    define('WP_POST_REVISIONS', 3); // จำกัด revision ไว้ที่ 3
  • ล้างฐานข้อมูล: ใช้ปลั๊กอินอย่าง “WP-Optimize” เพื่อลบข้อมูลขยะ เช่น transients ที่หมดอายุ หรือ spam comments

6. จัดการไฟล์ CSS และ JavaScript

  • ตัดสคริปต์ที่ไม่ใช้: ใช้เครื่องมืออย่าง “Asset CleanUp” เพื่อเลือกโหลดเฉพาะ CSS/JS ที่จำเป็นในแต่ละหน้า
  • รวมและย่อไฟล์ (Minify): ใช้ปลั๊กอิน “Autoptimize” เพื่อรวมไฟล์ CSS/JS และลดขนาดลง

7. ปรับแต่งการโหลดฟอนต์

  • ถ้าธีมหรือปลั๊กอินโหลด Google Fonts หรือฟอนต์ภายนอกเยอะเกินไป ให้ตัดออกโดย:
    • ใช้ฟอนต์ระบบ (system fonts) เช่น -apple-system, BlinkMacSystemFont, “Segoe UI”, Roboto
    • โหลดฟอนต์ locally แทนการเรียกจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก

8. ตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ให้เหมาะสม

  • ใช้ CDN: เช่น Cloudflare เพื่อลดโหลดจากเซิร์ฟเวอร์หลัก
  • เปิดใช้งาน GZIP: บีบอัดไฟล์ก่อนส่งไปยังผู้ใช้
  • เลือกโฮสติ้งดีๆ: โฮสต์ที่ช้าจะทำให้การ optimize ไม่มีผลเต็มที่

ตัวอย่างสิ่งที่ตัดได้ทันที

  • ไฟล์ readme.html และ license.txt ในโฟลเดอร์ root (ไม่กระทบการทำงาน)
  • โฟลเดอร์ธีมเริ่มต้น เช่น twenty-twenty-three ถ้าไม่ได้ใช้ (อยู่ใน wp-content/themes)
  • ปลั๊กอิน Hello Dolly ที่มากับ WordPress (อยู่ใน wp-content/plugins)

ขั้นตอนแนะนำ

  1. ทดสอบก่อนตัด: ใช้เครื่องมืออย่าง “GTmetrix” หรือ “PageSpeed Insights” เพื่อดูว่าเว็บช้าจากอะไร
  2. สำรองข้อมูล: Backup ไฟล์และฐานข้อมูลก่อนปรับแต่ง
  3. ทดสอบหลังตัด: ตรวจสอบว่าเว็บยังทำงานปกติหรือไม่

ใส่ความเห็น